
ทำไมการเปลี่ยนหัวฉีดความร้อนถึงเป็นเรื่องยากมาก (และเราแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร)
คุณเคยพยายามเปลี่ยนหัวฉีดความร้อนในเครื่องผลิตพลาสติก PET แต่กลับพบว่าชิ้นส่วนใหม่มีขนาดผิดเพี้ยนไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรหรือเปล่า? หรือบางครั้งแรงดันไฟฟ้าก็ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เครื่องหยุดทำงาน และทำให้เราพลาดกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมาก โดยส่วนใหญ่แล้ว เครื่องจะเสียหายเพราะความผิดเพี้ยนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
เราเบื่อกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว ดังนั้นเราจึงออกแบบโมดูลความร้อนแบบอินฟราเรดขึ้นมา เพื่อให้มันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องยี่ห้อดังหรือเครื่องที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงก็ตาม โมดูลเหล่านี้ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที
การปรับให้เหมาะสม
สิ่งสำคัญมีอยู่สามอย่าง ได้แก่ โหลดไฟฟ้า ขนาดทางกายภาพ และความยาวคลื่นความร้อน เราเลือกใช้ท่อความร้อนที่มีความยาวมาตรฐาน ซึ่งโดยปกติจะอยู่ระหว่าง 150 มิลลิเมตรถึง 400 มิลลิเมตร ทำไมล่ะ? เพราะความยาวนี้เพียงพอสำหรับการให้ความร้อนกับเครื่องจักรของผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ส่วนด้านพลังงานนั้น เราใช้ระบบแรงดันสูง (โดยปกติ 230 โวลต์ หรือ 400 โวลต์) ซึ่งช่วยให้เราสามารถใส่กำลังไฟฟ้าได้มากในพื้นที่ขนาดเล็ก ทำให้ความร้อนสามารถเข้าไปในพลาสติก PET ได้อย่างรวดเร็ว แต่ขอเตือนไว้ว่า หากคุณใช้ท่อความร้อนที่มีกำลัง 2500 วัตต์ คุณต้องตรวจสอบสายไฟให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้ฟิวส์ไหม้หรือหลอดไฟเสียได้
รายละเอียดเกี่ยวกับท่อความร้อนและปลั๊ก
เราใช้ท่อความร้อนที่ทำจากแก้วควอตซ์ ซึ่งมีการเคลือบด้วยสารฮาโลเจน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเทคนิคมาก แต่จริงๆ แล้วมันช่วยปรับสเปกตรัมอินฟราเรดให้เหมาะสมกับพลาสติก PET ซึ่งทำให้ความร้อนเข้าไปในขวดได้มากขึ้น และความร้อนที่รั่วไหลออกมาน้อยลง นั่นคือความคุ้มค่ามากขึ้นนั่นเอง ส่วนปลั๊กนั้น เราใช้ปลั๊กแบบ R7s และ Sk15 เพราะเป็นปลั๊กที่นิยมใช้กันมากในอุตสาหกรรมนี้ การใช้ปลั๊กเหล่านี้ช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งปรับสายไฟหรือสร้างอุปกรณ์เสริมอีก คุณเพียงแค่เสียบปลั๊กเข้าไปแล้วก็สามารถเริ่มใช้งานได้เลย
การใช้งานจริง (และข้อควรระวัง)
สิ่งที่ดีที่สุดคือไม่ต้องรอชิ้นส่วนจากผู้ผลิตที่อยู่ไกลๆ คุณสามารถเปลี่ยนหลอดไฟ ต่อสายไฟ และปรับค่า PID ได้ทันที แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่บ้าง หลอดไฟที่มีกำลังสูงจะมีความร้อนสูงมาก ซึ่งอาจทำให้เครื่องจักรมีอุณหภูมิสูงเกินไปได้ คุณควรคอยตรวจสอบพัดลมระบายความร้อนให้ดี หากพัดลมไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ก็อาจทำให้ส่วนที่ใช้สะท้อนความร้อนเสียหายได้ มันเป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อความรวดเร็ว แต่คุณก็ต้องจัดการกับมันให้ดีด้วย.